พลูคาวเป็นพืชสมุนไพรที่อยู่ทางภาคเหนือและภาคอีสาร มีชื่อเรียกหลายชื่อแล้วแต่ละภาค ถ้าเป็นทางภาคเหนือจะเรียกว่า ผักก้านตอง, ผักเข้าตอง, พลูแก, พลูคาว ภาคกลาง เรียกว่า ผักคาวทอง ภาคอีสาน เรียกว่า เอื้อซิงเฉ่า โดยส่วนใหญ่แล้วพืชชนิดนี้มักจะขึ้นเองโดยธรรมชาติมีมากทางภาคเหนือพบตามริม ห้วย ลำธาร และที่ชื้นแฉะริมน้ำ หรือตามใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีความชื้นสูงเป็นพืชตะกูลเดียวกับก้านพลูต่างกัน ที่ใต้ใบจะมีสีแดงตั้งแต่อ่อนๆ ไปจนถึงแดงเข้ม เมื้อนำมาขยี้แล้วจะมีกลิ่นฉุนเหมือนกับกลิ่นคาวปลาออกมากจนรุนแรง
พลูคาวชาวบ้านมักนิยมนำพลูคาวมารับประทานสดๆคู่กับลาบหมู ก้อย สรรพคุณทางตำหรับยาไทยนั้น ต้น ใช้รักษาโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ ขับปัสสาวะ หลอดลมอักเสบ ริดสีดวงทวาร รากใช้รักษาโรค โรคบิด มีผลระงับอาการไอ โรคผิวหนัง โรคหัด ส่วนใบใช้รักษาโรคปวดข้อและผิวหนังได้ทุกชนิด หนองใน ใช้ปรุงแก้กามโรค รสชาติของใบและรากก็จะมีรสชาติท่ขมออกเฟื่อนแต่ผลทางวิทยาศาสตร์พบว่าพลูคาว มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์รักษา โรคมะเร็ง 5 ชนิด ; ปอด, สมอง, เนื้อร้าย, รังไข่, ลำไส้ใหญ่, เซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว
นอกจากนั้นสรรพคุณของพลูคาวยังพบว่าใช้ดีกับผู้ที่เป็นโรคมะเร็งแล้วยังใช้ได้ดีกับคนที่เป็นโรคความ ดันโลหิตสูง เบาหวาน อัมพาต สำหรับคนที่เป็นแผลเรื้อรังก็สามารถนำมาใช้ทาแผลได้อีกด้วยผลการทดลองในห้อง ปฎิบัติการพบว่าสามารถทำลายเชื้อ HIV-1 เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราได้หลายชนิดปัจจุบันได้มีการนำพลูคาวมาเพื่อใช้ในการรักษาโรค ต่างๆ เช่น การนำพลูคาวมาสกัดรักษาโรคมะเร็ง โรคเอดส์ นำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมละเหยช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของไวรัสเป็นเหตุหั้ย เป็นไข้หวัดใหญ่ ปัจจุบันได้มีการนำพลูคาวมาแปรรูปต่างๆเพื่อการรับประทานที่ง่ายขึ้น เช่น น้ำพลูคาวสกัดสด น้ำหมักพลูคาว ยาแคปซุล ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพลูคาว สังเกตได้ว่าสมุนไพรของไทยเราได้มีคุณสมบัติในการรักษาโรคต่างๆได้มากมายโดย ที่ไม่แพ้กับต่างชาติเลยซึ่งท่านใดที่สนใจก็สามารถศึกษารายละเอียดเพื่มเติม ได้จากเว็บได้ พลูคาว
ขอบคุณสาระดีๆ จาก http://www.rotchanapat.com




