เมื่อไม่นานมานี้ นิตยสารชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ปิดเผยรายชื่อ 40 อันดับ มหาเศรษฐีของไทย (Thailand’s top 40 Richest 2011) ประจำปี 2554 ปรากฏว่า
อันดับ 1 โดยคุณธนินท์ เจียรวนนท์ เจ้าสัวแห่งเครือ ซี.พี. มีสินทรัพย์รวมกัน 7,400 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 222,000 ล้านบาท ถูกจัดอยู่ในที่ 152 ของโลก
อันดับ 2 คุณจรัญ เจียรวนนท์ เจ้าของเจ้าของกระทิงแดง อันลือชื่อก้าวไกลไปต่างประเทศ ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ยู่ในอันดับ 208 ของโลก
อันดับ 3เจริญ สิริวัฒนภักดี แห่งเบียร์ช้าง ทรัพย์สิน 4.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ อยู่ในอันดับ อันดับที่ 247 ของโลก
ข้อมูลด้านการามมั่งคั่งของมหาเศรษฐีของไทย ไม่เพียงสะท้อนถึงความเป็นผู้นำทางธุรกิจของ “ธนินท์”เท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นวิสัยทัศน์อันกว้างไกลที่นำพาธุรกิจสู่ความมั่งคั่งรุ่งเรืองด้วย
ปัจจุบัน “ธนินท์” มีตำแหน่งเป็น “ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร” เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ที่รู้จักในชื่อ “ซี.พี.” ซึ่ง เป็นกลุ่มบริษัทชั้นนำของไทยที่ดำเนินธุรกิจหลากหลายในลักษณะที่เรียกว่า Conglomorate มีธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารเป็นธุรกิจหลัก โดยมีการค้าการลงทุนใน 15 ประเทศทั่วโลก และมีบริษัทในเครือประมาณ 200 แห่งทั่วโลก พนักงานราว 280,000 คน ซึ่งความสำเร็จของซี.พี.ทั้งหมด เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์และความสามารถของ ‘ธนินท์ เจียรวนนท์’ นั่นเอง
เคล็ดลับการลงทุนสไตล์ ‘ธนินท์’
ทำอะไรอย่าคิดแต่ความสำเร็จอย่างเดียวแม้ซี.พี.จะเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจจนเป็นที่ยอมรับ ทั่วไป ซึ่งสร้างความภูมิใจแก่ทุกคนในองค์กร แต่ “ธนินท์” ในฐานะผู้นำไม่เคยกระหยิ่มยิ้มย่อง กลับคิดว่า “เราทำอะไรอย่าไปคิดในทางสำเร็จอย่างเดียว ต้องคิดว่ามีปัญหาอะไรตามมาอีก มีหวานต้องมีขม ได้อย่างต้องเสียอย่าง ถ้างานยิ่งใหญ่ ปัญหายิ่งมีมาก” ทั้งยังกล่าวกับผู้บริหารและพนักงานเป็นประจำว่า “เมื่อได้รับความสำเร็จ ผมดีใจแค่วันเดียว เพราะยิ่งรับงานใหญ่ ภาระของเราก็ยิ่งมากขึ้น” ด้วยคิดเช่นนี้ ธุรกิจของซี.พี.ภายใต้การบริหารของ ธนินท์ จึงปรับตัวเร็ว และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง จึงทำให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง





