กฏแห่งกรรมตอบสนองเราได้อย่างไร กรรมฐานแก้กรรม
ถ้าพูดถึงกฏแห่งกรรมหลายคนคงจะนึกถึงอะไรก็ตามที่เข้ามาทำ ให้ชีวิตเป็นนั้นเป็นนี้ สุข ทุกข์ สามารถบรรดาให้ชีวิตเราเป็นอะไรก็ได้ ซึ่งถ้าจะว่าไปก็ไม่ผิดนัก แต่ด้วยการที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์เรามีเครื่องมือวิเศษที่ธรรมชาติสร้างมา พร้อมกับการเกิดมาเป็นมนุษย์นั้นคือสติสัมปชัญญะ
ระบบการทำงานของกลไกกฎแห่งกรรม ซึ่งเริ่มมาจากระบบรับสัมผัสของมนุษย์ที่มีทั้งหมด 6 ทาง ได้แก่ หู ตา จมูก ลิ้น กายและใจ ทั้ง6ทางนี้ ภาษาธรรมะเขาเรียกว่าอาตยนะภายในเปรียบเสมือนประตูที่เปิดต้อนรับอาตยะนะภาย นอกได้แก่ เสียง ภาพ กลิ่น รส สัมผัส การรับรู้ทางใจเป็นต้น ได้นำพาเจ้ากรรมนายเวรให้เข้ามาเยี่ยมเยือนชีวิตของเรา ซึ่งการรับสัมผัสทั้งหกทางนี้จะมีตัวรู้เกิดขึ้นให้เกิดเสียง กลิ่น รส ร้อน หนาว ฯลฯ เมื่อรับสัมผัสแล้วจะมีตัวปรุงแต่ง เรียกว่าเจตสิกให้เกิดความรู้สึก ต่างๆนานาไม่ว่าจะเป็นชอบไม่ชอบ เกียจ โกรธ อิจฉา ฯลฯ ไอตัวเจตสิกนี้เองที่เรียกได้ว่าเป็นตัวกฏแห่งกรรมที่แท้จริง คุณลองคิดดูสิ ให้ตัวกระตุ้นจากภายนอกอย่างเดียวกัน แต่คนแต่ละคนจะตอบสนองต่างกัน เช่น บางคนชื่นชอบการดื่นเหล้าเป็นอย่างมาก ถ้าไม่ดื่มจะรู้สึกเหมือนปะหนึ่งร่ายกายหมดเรี่ยวหมดแรงเหมือนกับคนหลายที่ ที่ผมได้พบเจอมา ในยามว่างเขาจะต้องหาเหล้าขาวมาดื่มสักแก้ว แต่กลับบางคนรสชาติเหล้าไม่เป็นที่น่ารื่นรมณ์ของเขาแม้แต่น้อย หรืออีกตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัด เสียงท่อไอเสียงรถจักรยานยนตร์ วัยรุ่นบางคนจะรู้สึกภาคภูมิใจมากที่เสียงท่อของเขาดังแผดแก้วหู แต่ชาวบ้านทั่วไปเมื่อได้ยินก็จะมีแต่ความรำคาญคำสาปแช่ง
เมื่อเรารู้การทำงานของกฏแห่งกรรมที่ตอบสนองเราได้ที่ความ รู้สึกแล้ว เราก็มาพูดกันถึงเรื่องที่ว่าเราจะสามารถยับยั้งกฏแห่งกรรม แก้กรรมได้อย่างไร หลายคนคงเชื่อว่าถ้าชีวิตเราไม่ดีต้องมีเจ้ากรรมนายเวรมาดลบรรดาทำให้เรา เป็นไปต่างๆ เรามาลองนึดดูสิเจ้ากรรมนายเวรเขาจะสามารถมาจองเวรเราได้อย่างไรในเมื่อ เมื่อเขาสิ้นอายุไขเขาก็ต้องไปเกิดในภพภูมิต่างๆตามจิตดวงสุดท้ายเป็นตัวนำ พาเขาไป ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่มีสิทธิเลยที่จะเลือกที่จะออกจากร่ายกายนี้แล้วจะไปอยู่ ในที่แห่งใดเขาไม่มัวมานั่งรอให้เราเกิดแล้วมาทำนั้นทำนี้กับเราอย่างแน่นอน แต่ตัวกฏนี้เองที่เป็นตัวตอบสนองเรา เราไม่ต้องไปรู้มันหลอกเพราะอะไรเราถึงเกิดมาเป็นแบบนั้นแบบนี้เพราะกรรมมัน ยอกย้อนเกิดกว่าที่เราจะรู้มันได้ และนอกจากกรรมที่เกิดขึ้นในอดีตที่ส่งผลกับเราแล้วยังมีกรรมในปัจจุบันที่ ก่อเกิดขึ้นส่งผลกับเราอีกด้วย
หลักการแก้กรรม ก็ไม่ยากอะไรเลยง่ายนิดเดียวแต่ทำได้ยากเหลือเกิน นั้นคือเพียวแค่เราห้ามความรู้สึกเราก็สามารถแก้กรรมลดกรรมไปได้เยอะแล้ว ยกตัวอย่างเช่น นาย เอ มีกรรมแห่งกรรมติดตัวมาต้องเกิดมาเป็นมะเร็งปอด เขาเกิดมามีตัวส่งเสริมเป็นยีนต์มะเร็งที่มาจากบรรพบุรุธ ซึ่งทางการแพทย์สมัยใหม่เชื่อว่า เชื้อมะเร็งถ่ายทองทางพันธุกรรม (ภาษาธรรมเขาบอกว่า กรรมะพันธุ เรามีกรรมเป็นเผาพันธ์พวกพ้อง) เมื่อนาย เอ เกิดมานอกจากจะมียีนต์ส่งเสริมให้เกิดมะเร็งแล้ว เขายังได้มีเจตสิก หรือตัวความรู้สึกที่พิสมัยต่อการสูบบุหรี่ ทั้งสองเหตุเป็นปัจจัยอันนำไปสู่การเป็นมะเร็งปอดในที่สุด ถ้าเราจะแก้กรรมไม่ให้เกิดมะเร็ง เราไม่สามารถแก้ตัวส่งเสริมที่ถ่ายทอดมาทางพันธุกรรมได้ แต่เราสามารถที่จะยับยั้งชั้งใจที่จะไม่สูบบหรี่ได้ ตัว ยับยั้งชั่งใจธรรมชาติได้สร้างมาให้กับมนุษย์ ที่ทำให้เรามีความแตกต่างไปจากสัตว์ ที่อยากกิน อยากนอน อยากผสมพันธ์ ตลอดจนกระทำการใดๆไปตามสันชาติญาณของตัวเอง แต่ในธรรมชาติตัวยับยั้งชั่งใจโดยปกติของมนุษย์จะมีอยู่ในระดับที่ต่ำจนไม่ สามารถที่จะไปต้านความรู้สึกยั่วยุของเจตสิกได้ พระพุทธเจ้าได้ทรงแนะหนทางในการฝึกสติสัมปชัญญะ ด้วยการฝึกสติปัฎฐาน4 เพื่อที่จะฝึกให้สติกล้าแข็ง ต่อสู้กับกิเลสที่เข้าทางอาตยนะทั้งหกของเรา คอยดูแลควบคุมมิให้กิเลสที่ผ่านเข้าไปทางอาตยนะทั้งหก ส่งผลของมันออกมาทางการกระทำได้ ถ้าเราได้รับสัมผัส เกิดความรู้สึกและยับยั้งชั้งใจได้ เราก็ชนะกรรมได้ แต่ถ้าเราไม่สามารถทนแรงยั่วยุของความรู้สึกได้ เราก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่อกรรมนั้นเอง ฉนั้นเมื่อมีใครทำให้คุณรู้สึกได้มีโกรธ เกียจ ไม่พอใจ และคุณเก็บอารมณ์นั้นมาใส่ใจนั้นก็หมายถึงคุณได้เปิดบ้านประตูใจต้อนรับเจ้ากรรมนายเวรให้เข้ามาเยี่ยมเยือนคุณด้วยตัวคุณเอง เราไม่สามารถที่จะไปห้ามโลก ห้ามดินฟ้า ห้ามคนอื่นๆได้ แต่เราสามารถที่จะห้ามความรู้สึกตัวเราเองได้มิใช้หรือ
กฏแห่งกรรม,กรรมฐานแก้กรรม,แก้กรรมกฏแห่งกรรม,แก้กรรม,ลดกรรม,ชนะกรรม,สติปัฎฐาน4,สติปัฎฐาน4 แก้กรรม,แก้กรรมด้วยสติปัฎฐาน4,เจ้ากรรมนายเวร


